เทคนิคการซ่อมบำรุงและตรวจสอบสภาพรถยก


การสังเกตการทำงานในขณะที่ใช้งานระหว่างวัน จะต้องคอยสังเกตการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ของรถด้วยว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่ เช่น การทำงานของเบรก เมื่อใช้มีเสียงดังหรือไม่ การทำงานของเครื่องยนต์ เมื่อเร่งเครื่องแล้วพบเจออาการสะดุดหรือมีเสียงผิดปกติ สังเกตตัววัดอุณหภูมิของเครื่องยนต์อยู่เสมอ ถ้าพบความผิดปกติเกิดขึ้นต้องรีบดำเนินการแก้ไขในทันที ดูการทำงานของระบบไฮดรอลิคในขณะยกต้องเร่งเครื่องยนต์มากขึ้นหรือเวลาเลี้ยวต้องใช้แรงมากขึ้นหรือไม่รวมถึงการจ่ายไฟของแบตเตอรี่รถที่ใช้เป็นพลังงานขับเคลื่อนรถทั่วไปจะเป็นแบตเตอรี่ชนิดตะกั่วและกรด นอกจากนี้ยังมีวิธีการบำรุงรักษาและเทคนิคเกี่ยวกับการ ซ่อมรถโฟล์คลิฟท์ ดังนี้
    1. การชาร์จแบตเตอรี่ประจำวัน ให้ปิดสวิทซ์กุญแจของรถมาที่ตำแหน่ง OFF ทุกครั้งก่อนทำการชาร์จ ปลดปลั๊กแบตเตอรี่ออกจากตัวรถและนำปลั๊กของแบตเตอรี่มาเสียบต่อกับปลั๊กของตู้ชาร์จ โดยจะต้องเสียบให้แน่น และเปิดฝาครอบเซลล์ทุกเซลล์ในขณะทำการชาร์จจ่ายกระแสไฟเข้าเครื่องชาร์จ กดปุ่ม NORMAL เพื่อเริ่มต้นชาร์จ โดยชาร์จจะทำการชาร์จไปเรื่อยๆ จนแบตเตอรี่เต็ม หลังจากกระแสไฟจะสว่างขึ้นและการชาร์จก็จะทำงานต่อไป เมื่อครบไฟบนตำแหน่ง UP ก็จะสว่างขึ้นแสดงว่าการชาร์จเสร็จสมบูรณ์ ตู้ชาร์จก็จะหยุดการชาร์จโดยอัตโนมัติเปิดตู้ชาร์จและนำแบตเตอรี่ไปใช้งานได้
    2. การบำรุงรักษารถประจำวันก่อนติดเครื่องยนต์ควรตรวจดูความสะอาดภายนอก ระดับน้ำในหม้อน้ำและหม้อพักน้ำ น้ำมันเครื่อง  น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ น้ำมันไฮโดรลิค น้ำมันเกียร์พวงมาลัย รวมถึงตรวจดูเกี่ยวกับระดับน้ำกลั่นแบตเตอรี่ ตรวจความตึงของสายพานเครื่องยนต์ ตรวจระบบสัญญาณไฟเลี้ยว ไฟถอยหลัง ไฟส่องสว่างและสัญญาณแตร ตรวจสภาพความตึงของโซ่ยกของ สุดท้ายให้ตรวจวัดลมยางและเติมให้ได้แรงดันตามที่กำหนดไว้และตรวจรอยรั่วซึมตามจุดต่างๆ
    3. หลังใช้งานขณะที่เครื่องยนต์ยังติดอยู่ให้จอดรถในสถานที่จอดรถกำหนดไว้ ลดงาของรถให้อยู่ในแนวราบกับพื้นโรงงาน หล่อลื่นตามจุดต่างๆ ให้เรียบร้อย เช่น โซ่ยกของ ชุดแผ่นทองเหลืองหลังเสาตรวจเช็คดูการรั่วซึมจากการใช้งานเช่น น้ำมันไฮโดรลิค น้ำมันเกียร์ น้ำมันเครื่อง และน้ำในหม้อน้ำตรวจเช็คฟังเสียงว่ามีเสียงอะไรผิดปกติหรือไม่ หลังจากการใช้งาน ควรปล่อยให้เครื่องยนต์เดินเบาในตำแหน่งเกียร์ว่างจึงค่อยดับเครื่องยนต์